วิธีรับประทานโสม และ ผลข้างเคียงของโสมเกาหลี

วิธีรับประทานโสม และ ผลข้างเคียงของโสมเกาหลี

โสมมีความปลอดภัยสูง สามารถรับประทานต่อเนื่องได้เป็นระยะเวลายาวนาน ผลข้างเคียงมีน้อยมาก โสมเกาหลี สามารถดื่มได้ทุกเวลาและไม่ทำให้เกิดความระคายเคืองกระเพาะอาหาร โสมเกาหลี จะได้ผลดีที่สุดถ้ารับประทานในขณะท้องว่าง เพราะการดื่มโสมในขณะเวลาที่ท้องว่างนั้นจะทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารสรรพคุณต่างๆ จากโสมได้ง่าย เพราะกระเพาะอาหารว่างทำให้ได้ผลดีมาก

ฉะนั้น จึงขอแนะนำให้ดื่มโสมในช่วงท้องว่าง เช่น หลังตื่นนอนตอนเช้าก่อนอาหารเช้า ช่วงระหว่างมื้ออาหาร และตอนก่อนเข้านอน เป็นต้น สำหรับปริมาณความต้องการโสมสำหรับแต่ละคนนั้นย่อมแตกต่างกันไป รับประทานวันละ 1-2 กรัม สำหรับบำรุงร่างกาย เด็กที่อยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโตตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไป สามารถรับประทานได้ โดยลดปริมาณลงครึ่งนึง

อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังจากการทานโสมเกาหลี

โสมอาจทำปฎิกิริยาอาการชั่วคราวที่เกิดขึ้น เป็นอาการที่บ่งบอกถึงความเจ็บป่วยกำลังได้รับการบำบัด และจะฟื้นคืนสู่สภาพปกติซึ่งแต่ละคนจะเกิดอาการที่แตกต่างกันไป บางคนก็ไม่เกิดอาการเลยก็มี ซึ่งอาการเหล่านี้มักมีผู้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นอาการแพ้โสม หรือเป็นอาการข้างเคียง

ตัวอย่างที่อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังจากการทานโสมเกาหลี เช่น คลื่นไส้ มีจุดแดงเกิดขึ้นตามร่างกาย มึนศรีษะ คล้ายอาการท้องเสีย คันเนื้อคันตัวคล้ายเป็นไข เป็นต้น อาการเหล่านี้บ่งบอกให้รู้ว่า ร่างกายกำลังถูกปรับสภาพโดยสารพิษจะถูกขับออกจากร่างกาย ช่วงรับประทานโสมควรจะดื่มน้ำมากๆ และทานโสมต่อไปอย่างปกติ แต่ให้ลดปริมาณลง อาการที่เกิดขึ้นจะค่อยๆ หายไปซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์

ยาที่ไม่ควรรัยประทานพร้อมกับโสม คือ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยากระตุ้นหัวใจ และสุรา อย่างไรก็ตามมีข้อแนะนำว่า หากต้องการให้ปลอดภัยที่สุด ไม่ควรรับประทานโสมกับยาแอสไพริน รวมถึงไม่ควรรับประทานอย่างยิ่งในสตรีตั้งครรภ์ ไม่ควรใช้ในคนที่ตับอักเสบ คือมีเอนไซม์ของตับสูงแล้ว หรือตับอักเสบจนตัวเหลืองตาเหลืองหรือตับโต ดังนั้น ถ้าเรามีโรคประจำตัวควรถามหมอของเราก่อนว่าจะรับประทานได้ไหม และเนื่องจากโสมเป็นของร้อน บางคนรับประทานแล้วก็หงุดหงิด ให้รับประทานร่วมกับใบบัวบก หรือ น้ำผึ้ง ซึ่งเป็นของเย็นจะช่วยให้ดีขึ้น